วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

การป้องกันและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ปัจจัยสนับสนุน

การป้องกันและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ปัจจัยสนับสนุน 
          ๑) ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว =>สร้างสัมพันธภาพที่ดีให้เกิดแก่สมาชิกในครอบครัว พ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องหมั่นพูดคุย รับฟังปัญหา ให้คำปรึกษาที่ดีแก่สมาชิกทุกคนในครอบครัว
          ๒) ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา =>คณะครูทุกคนต้องคอยดูแลให้คำแนะนำนักเรียนในกรณีที่พบว่ามีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการใช้ความรุนแรงทั้งในฐานะที่เป็นผู้กระทำหรือถูกกระทำ
          ๓) ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ =>ผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับสื่อนั้นๆต้องมีจิตสำนึกที่ดีในเรื่องการนำเสนอสื่อโดยเฉพาะภาพลักษณ์ของพฤติกรรมความรุนแรงที่เกิดขึ้นใน 
          ๔) ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสภาพเศรษฐกิจ =>ส่งเสริมให้วัยรุ่นมีความเข้าใจ และรู้จักนำระบบเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิต ส่งเสริมให้วัยรุ่นรู้จักการใช้ความสามารถของตนเอง หรือใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในการนำมาซึ่งรายได้ที่ถูกต้องเหมาะสมโดยไม่ผิดศีลธรรม ประเพณี และกฎหมาย

ตัวอย่างความขัดแย้ง


   ตัวอย่างข่าวความขัดแย้ง

ยิงกันสนั่นกรุง!! ๒ กลุ่มวัยรุ่น ตะลุมบอนแย่งหญิง




        เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายกันอย่างอุกอาจ กลางลานจอดรถของสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านห้วยขวาง ที่ลักลอบเปิดบริการเกินเวลา  ล่าสุดตำรวจระบุกำลังเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุทะเลาะวิวาท และเจ้าของร้านมาดำเนินคดี
          เกิดเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่นชายไล่ยิงวัยรุ่นชายอีกกลุ่ม บริเวณลานจอดรถของร้านอาหารกึ่งสถานบันเทิงแห่งหนึ่งริมถนนศูนย์วัฒนธรรม ย่านพระรามเก้า เขตห้วยขวาง ซึ่งมีกำแพงติดกับอาคารจอดรถของบมจ.อสมท ท่ามกลางกลุ่มนักเที่ยวที่มานั่งดื่มกินในร้านดังกล่าวที่เข้ามาช่วยกันห้ามปราม โดยวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวได้หยิบปืนมาจากในรถก่อนรุมทำร้ายวัยรุ่นชายที่ตกเป็นเหยื่อ ก่อนที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง จะมาถึงที่เกิดเหตุ ขณะที่กลุ่มชายฉกรรจ์ที่ร่วมกันรุมยำคู่อริได้ฉวยจังหวะแยกย้ายกันหลบหนีไป ส่วนวัยรุ่นชายที่นอนหมดสติ เพื่อนๆได้ช่วยพาขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาล มีรายงานว่าอาการค่อนข้างสาหัส ถึงขั้นสมองบวม / ด้านกลุ่ม รปภ.ของร้าน ได้รีบเข้ามาเก็บกระสุนปืนที่มีการใช้ยิงขู่กันในระหว่างเกิดเหตุเพื่อทำลายหลักฐาน
          ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์รุมทำร้ายดังกล่าวขึ้น ได้มีเสียงปืนดังขึ้นมาจากด้านในอาคารของร้านดังกล่าวที่เปิดบริการขายอาหารและสุราจนถึงโต้รุ่งทุกคืน จำนวน ๓ ชุด ชุดแรก ๕ นัด ชุดที่สอง ๓ นัด และชุดสุดท้ายอีก ๑ นัด  ก่อนที่กลุ่มวัยรุ่นสองกลุ่มจะวิ่งไล่กันออกมานอกร้าน โดยกลุ่มที่มีคนมากกว่าได้ใช้ปืนยิงขู่ให้อีกฝ่ายหยุด แต่ชายเสื้อฟ้าในภาพวิ่งหลบหนีไม่ทันจึงตกเป็นเหยื่อถูกรุมยำใหญ่ เบื้องต้นมีรายงานว่าสาเหตุเกิดจากการทะเลาะวิวาท เรื่องแย่งจีบผู้หญิงที่มาเที่ยวในร้าน

ลักษณะปัญหาความขัดแย้ง

ลักษณะปัญหาความขัดแย้ง
      ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในกลุ่มนักเรียนและเยาวชนในช่วงวัยรุ่นซึ่งเป็นวัยที่มีเพื่อนมากและเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากทางด้านร่างกายและจิตใจ วัยรุ่นจึงเป็นช่วงวัยที่มักประสบปัญหาเพราะเป็นระยะที่มีนิสัยโมโหง่าย ดื้อเพื่อนมีอิทธิพลต่อตนมากจึงทำให้เกิดความขัดแย้งทะเลาะวิวาทระหว่างกลุ่มเพื่อนเสมอๆ และมักก่อให้เกิดความรุนแรงและผลกระทบอื่นๆตามมาอีกมากมาย

แนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง

แนวทางการแก้ปัญหาความขัดแย้งในโรงเรียนโดยสันติวิธี มีดังนี้

1. ใช้เหตุผลในการแก้ปัญหาและยอมรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน

2. รู้จักการให้อภัยเพราะการให้อภัยจะทำให้ความขัดแย้งจบได้รวดเร็ว

3. ไม่ใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาความขัดแย้ง แต่ควรใช่สติและความคิดในการแก้ไขปัญหา

4. ไม่ใช้ความรุนแรงต่อกันไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงทางด้านร่างกายและจิตใจ

5. รู้จักการข่มใจ อดทนอดกลั้น เพื่อที่จะทำให้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นคลี่คลายไปในทางที่ดี

6. ช่วยห้ามปรามไกล่เกลี่ยเพื่อนและคนใกล้ชิด อย่าให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันและต้องไม่ยุยงส่งเสริมให้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน

7. ไม่ช่วยเพื่อนในทางที่ผิด เช่น ช่วยไปทะเลาะกับคนอื่น ไปทำร้ายคนอื่นแทนเพื่อนต้องปฏิเสธเมื่อเพื่อนชักชวนให้ไปทะเลากับคนอื่น เป็นต้น

8. เมื่อมีความขัดแย้งจนตกลงกันไม่ได้ อาจไปขอคำปรึกษาหรือคำแนะนำจากคุณครู อาจารย์ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง

ผลกระทบจากความขัดแย้ง

ผลกระทบจากความขัดแย้งภายในโรงเรียน
  • ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างคนสองคนหรือคนกลุ่มเล็ก อาจทำให้เกิดการชักชวนคนอื่นๆ มาร่วมทะเลาะวิวาท ทำให้เหตุการณ์ขยายวงกว้างขึ้น
  • ทำให้เกิดการทำร้ายร่างกายกัน จนทำให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ พิการ ทุพพลภาพ หรืออาจเสียชีวิต
  • เกิดความไม่สงบสุขในสังคม ส่งผลกระทบต่อผู้อื่น อาจทำให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับความเดือดร้อน บาดเจ็บ เสียชีวิต และทรัพย์สินเสียหาย
  •  ทำให้โกรธเคือง เกิดความบาดหมางกันและเลิกคบหากัน ทำให้เสียมิตร
  •  ทำให้เกิดการทำร้ายร่างกายกัน จนทำให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ พิการ ทุพพลภาพ หรืออาจเสียชีวิต
  • เกิดความไม่สงบสุขในสังคม ส่งผลกระทบต่อผู้อื่น อาจทำให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับความเดือดร้อน บาดเจ็บ เสียชีวิต และทรัพย์สินเสียหาย
  • ทำให้ครอบครัวไม่มีความสุข ผู้ปกครองเดือดร้อน มีความทุกข์ใจ โรงเรียนต้องเชิญผู้ปกครองไปพบ หรือถ้าฝ่ายเสียหายแจ้งความ ต้องไปดำเนินเรื่องต่อทำให้เสียเวลาในการเรียนด้วย
  • ความขัดแย้งที่เกินขึ้นระหว่างคนสองคนหรือคนกลุ่มเล็ก อาจทำให้เกินการชักชวนคนอื่น ๆ มาร่วมทำเลาะวิวาท ทำให้เหตุการณ์ขยายวงกว้างขึ้น
  • สภาพจิตใจถูกทำร้ายและบอบช้ำมาก เกิดความคับแค้นใจ
  • อาจถูกดำเนินคดีเพราะทำผดกฎหมาย เช่น การทำร้ายร่างกายผู้อื่น
  • เสียการเรียน เสียเวลา อาจเสียอนาคต เช่น เกินการหวาดกลัวฝ่ายตรงข้าง ทำให้ไม่กล้ามาโรงเรียน ต้องคอยหลบเลี่ยง และอาจทิ้งการเรียนกลางคัน
  • เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาภายหลัง เช่น ถ้าเกิดความพิการ ต้องเป็นภาระเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลในระยะยาว

สมมติฐานและสาเหตุของปัญหา

สมมุติฐาน

  • ถ้าปัญหาการทะเลาะวิวาทกันในโรงเรียนหมดไป ปัญหาต่างๆที่เกี่ยวข้องจะหมดไปด้วย
  • ค่านิยมของวัยรุ่นที่ผิดมีผลต่อการทะเลาะวิวาทกันภายในโรงเรียน

สาเหตุ


  • เกิดจากความไม่พอใจจนทำให้มีความขัดแย้งกันในเรื่องต่างๆ จนเกิดอารมณ์
    เป็นเหตุให้ใช้ความรุนแรงต่อกันมักเกิดกับกลุ่มเพื่อนที่ไม่ค่อยสนิทกัน อีกฝ่ายหนึ่งอาจไม่ทราบว่าตัวเองถูกอีกฝ่ายไม่พอใจ
  • หยอกล้อและแกล้งกัน อาจจะเล่นแรงเกินไปหรืออีกฝ่ายไม่มีอารมณ์เล่นด้วย การแกล้งกันอาจทำให้เกิดการทะเลาะกันได้
  • การหึงหวง  วันรุ่นส่วนใหญ่ทั้งเพศชายและเพศหญิงเริ่มสนใจเพศตรงข้าม และบางคนอาจจะมีคู่รัก 
  • การชอบหรือการสนใจคนคนเดียวกันหรือสนใจคนที่คนรักอยู่แล้วจะทำให้เกิดการหึงหวง เป็นสาเหตุทำให้เกิดความขัดแย้ง
  • มีความผิดปกติทางจิตใจ คือ เป็นคนก้าวร้าว ชอบการกระทำที่รุนแรง ขาดความเมตตาปรานี
  • มาจากครอบครับที่มีแต่ความขัดแย้ง พ่อแม่ทำเลาะกัน ทุบตีและด่าว่ากัน ลูกจะซึมซับพฤติกรรมที่รุนแรงดังกล่าว อาจเกิดการเลียนแบบ
    มีอารมณ์ร้อนหรือใช้ความรุนแรงเพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ
  • มีค่านิยมที่ผิดๆ ซึ่งเป็นค่านิยมที่แสดงออกทางพฤติกรรมที่ไม่ดี เช่น แก้แค้นแทนเพื่อนทั้งๆ ที่ตัวองไม่ได้โกรธหรือมีเรื่องทะเลาะกับเขา
    แต่ด้วยความที่เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันหรือด้วยวามรักเพื่อนจึงช่วยเพื่อนในทางที่ผิด โดยการไปทะเลาะกับฝ่ายตรงข้าม และอาจถึงขั้นทำร้ายร่างกายกัน
  • เกิดการกระทบกระทั่งกัน บางครั้งอาจจะไม่มีเจตนาที่จะมีเรื่องขัดแย้งกันแต่ทำไปด้วยความไม่ไดตั้งใจหรือทำไปโดยไม่ได้คิดอะไร เช่น
    พูดจาด้วยคำพูดที่รุนแรงโดยไม่ได้คิดหรือเดินชนกันโดยไม่ได้ตั้งใจก็อาจจะทำให้เกิดความไม่พอใจหรือเกิดความขัดแย้งกันได้
  • เป็นผลมาจากพ่อแม่ไม่รับผิดชอบต่อครอบครัว แยกทางกัน ปล่อยให้อีกฝ่ายหนึ่งเลี้ยงลูกตามลำพังได้รับความยากลำบาก
    จนมีผลทำให้เกิดความขัดแย้งและความรุนแรงในครอบครัว ทำให้ได้รับผลกระทบที่ตามมาจากความขัดแย้งนั้น
  • การเลียนแบบสื่อต่าง ๆ ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับการขัดแย้ง ใช้ความรุนแรง เช่น ภาพยนตร์ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ และหนังสือต่างๆ เป็นต้น
  • ความไม่เข้าใจกัน ความหมั่นไส้ เช่น นักเรียนขาดจิตสำนึกต่อสวนรวม โดยใช้เครื่องแบบเป็นเครื่องหมายความแตกแยกระหว่างกลุ่ม
    นักเรียนจึงไม่ควรยึดถือศักดิ์ศรีของโรงเรียนหรือสถาบันในทางที่ไม่ถูกต้อง ควรเชิดชูและรักษาชื่อเสียงของโรงเรียน และสถาบันในทางที่ดีงาม
    มีความสำนึกในหน้าที่ของตนเองในการเป็นนักเรียน นักศึกษาที่ดี และช่วยเหลือกันทั้งในด้านการเรียนและด้านอื่น ๆ

ปัญหาการทะเลาะวิวาทภายในโรงเรียน


ประเด็นคำถาม

  • สาเหตุของการทะเลาะวิวาทในโรงเรียนเกิดขึ้นอย่างไร
  • คิดว่าเราควรแก้ปัญหาที่จุดไหน
  • ผู้ที่ให้สัมภาษณ์เคยมีเหตุทะเลาะวิวาทมั้ย
  • ถ้าเพื่อนเกิดเหตุการทะเลาะวิวาทคุณจะทำอย่างไร
  • คุณคิดว่ามีวิธีการหลีกเลี่ยงปัญหาทะเลาะวิวาทอย่างไร
  • เหตุการณ์ทะเลาะวิวาทสามารถเกิดได้ที่ไหน
  • ปัญหาหลักๆของการทะเลาะวิวาทมักเกิดจากอะไรมากที่สุดในปัจจุบัน
  • ถ้าปัญหาเกิดกับคุณ คุณจะทำอย่างไร
  • หลังจากการเกิดเหตุทะเลาะวิวาทแล้ว จะเกิดขึ้นซ้ำอีกได้หรือไม่
  • เมื่อเกิดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทแบบซ้ำๆ คุณจะมีวิธีการแก้ไขอย่างไร